วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

Internet work 3 การทำงานของเว็บไซต์



งานชิ้นที่ 3

1.  ให้ น.ศ. ทำการศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานของเว็บไซต์ต่าง ๆ ว่า เมื่อ น.ศ.ต้องการจะเข้าเว็บไซต์  เพื่อค้นหาข้อมูล หรือ ใช้บริการเว็บไซต์ต่างๆ นั้น มีกระบวนการอย่างไรบ้าง กว่าที่หน้าเว็บนั้น ๆ จะปรากฏให้ เห็นเป็น Webpage ต่างๆ  (เขียนขั้นตอนการทำงานอย่างละเอียด)

เว็บไซต์ (Website)  และเว็บเพจ (Webpage)

                เอกสารหรือส่วนที่ติดต่อกับผู้ใช้ในเว็บ เรียกว่า เว็บเพจ (Webpage)  หมายถึงเอกสารหนึ่งหน้า การใช้เว็บก็คือการเปิดอ่านหรือเปิดใช้เว็บแต่ละหน้านั่นเอง  เว็บเพจอาจสร้างขึ้นด้วยภาษาคอมพิวเตอร์  เช่น HTML, ASP, PHP, JAVA ฯลฯ  
                เมื่อนำเว็บเพจหลาย ๆ หน้ามารวมกัน และระบุอยู่ในอินเตอร์เน็ต  หรือ ยูอาร์แอล (Uniform Resource Locator – URL)  ให้กับเว็บเพจกลุ่มนั้นจะเรียกว่า  เว็บไซต์ (Web Site)
                เมื่อเปิดเว็บไซต์ขึ้นมาจะพบกับหน้าแรกของเว็บไซต์   ซึ่งเรียกว่าโฮมเพจ (Homepage)   ซึ่งเป็นหน้าที่ สำคัญที่สุดและเป็นหน้าที่จะเชื่อมโยงไปยังเว็บเพจและเว็บไซต์อื่น ๆ



ส่วนประกอบของหน้าเว็บเพจ
             เราสามารถจำแนกส่วนประกอบของหน้าเว็บเพจ เป็น 3 ส่วน ดังนี้              1. ส่วนหัว (Page Header)  น่าจะอยู่บริเวณบนสุดของหน้าเว็บเพจ เป็นส่วนที่แสดงชื่อเว็บไซต์ โลโก้ แบนเนอร์โฆษณาลิงก์สำหรับข้ามไปยังหน้าเว็บอื่น



             2. ส่วนเนื้อหา (Page Body)  จะอยู่บริเวณตอนกลางของหน้าเว็บเพจ ซึ่งเป็นส่วนที่แสดงเนื้อหาภายในหน้าเว็บเพจนั้น โดยประกอบด้วยข้อความ ข้อมูล ภาพเคลื่อนไหว เป็นต้น   



             3. ส่วนท้าย (Page Footer)  จะอยู่บริเวณด้านล่างสุดของหน้าเว็บเพจ ส่วนมากใช้สำหรับลิงก์ข้อความสั้น ๆ เข้าใจง่าย หรือจะมีชื่อเจ้าของเว็บไซต์ อีเมลแอดเดรสของผู้ดูแลเว็บไซต์สำหรับติดต่อกับทางเว็บไซต์







ภาพแสดงความสัมพันธ์ของ เว็บไซต์ โฮมเพจ และเว็บเพจ


ประโยชน์ของเว็บเพจ

              เนื่องจากเว็บเพจสามารถเผยแพร่ข้อมูลได้ด้วย ข้อความ ภาพ เสียง และภาพยนตร์ ดังนั้นเราจึงพบเห็นการนำเว็บเพจไปสร้างและพัฒนา เพือนำเสนอข้อมูลและข่าวสาร ในรูปแบบต่างๆ ได้อย่างมากมายดังนี้                      1. ข่าวและเหตุการณ์ในปัจจุบัน
                      2. ข้อมูลความรู้และห้องสมุด                      3. ประชาสัมพันธ์บริษัทและองค์กร                      4. ความบันเทิง                      5. การเงิน การลงทุน                      6. ซื้อ-ขาย สินค้าและบริการ                      7. ดาวน์โหลดข้อมูล                      8. บริการติดต่อสื้อสาร  และอื่นๆ


ขั้นตอนการทำงาน

               1.  ก่อนที่เราจะใช้อินเตอร์เน็ต ให้เราทำการเชื่อต่อกับเครือข่ายอินเตอร์เน็ตก่อนหลังจากนั้นจึงเรียกโปรแกรม Internet Explorer ได้โดยการคลิกรูปที่ตัว  ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์



ส่วนประกอบที่สำคัญของโปรแกรม Explorer


เว็บเพจแต่ละหน้าใน World  Wide Web จะมีตำแหน่งเก็บเจาะจงที่เรียกว่า URL การเปิดดูเว็บเพจใดเราต้องระบุ URL ของเว็บเพจนั้นให้ Internet ทราบ 


                2. เวลาเราเปิดหน้าเว็บเพจจะประกอบด้วย จะปรากฎรายการรายชื่อเว็บไซต์ของข้อมูล ซึ่งเป็นผลจากการค้นโดยใช้คำที่เราต้องการ


                3. คลิกเข้าไปสู่รายการที่เราต้องการ





2) ให้ น.ศ. ค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับโปรโตคอลที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานอินเทอร์เน็ต ในด้านต่างๆ พร้อมยกตัวอย่าง    โปรโตคอลดังกล่าว  (ยกตัวอย่างการใช้งานด้านละ อย่างน้อย 3 โปรโตคอล) เช่น โปรโตคอล TCP/IP คือ ...... ใช้สำหรับ .......... เป็นต้น


          TCP/IP (Transmission Control Protocol/Internet Protocol) เป็นระบบโปรโตคอล การสื่อสารพื้นฐานของระบบอินเตอร์เน็ต มันสามารถใช้เป็น โปรโตคอลในการสื่อสารภายใน เครือข่ายส่วนบุคคล เรียกว่า intranet และ extranet เมื่อมีการติดต่อโดยตรงกับ internet เครื่องคอมพิวเตอร์จะได้รับการคัดลอกโปรแกรม TCP/IP เช่นเดียวกับคอมพิวเตอร์อื่น ๆ เพื่อทำให้ส่งข้อความขอรับสารสนเทศ  TCP/IP เป็นโปรแกรม 2 เลเยอร์ TCP (Transmission Control Protocol) เป็นเลเยอร์ที่สูงกว่า ทำหน้าที่จัดการแยกข้อความหรือไฟล์แลปรกอบให้เหมือนเดิม IP (Internet Protocol) เป็นเลเยอร์ที่ต่ำกว่า ทำหน้าที่จัดการส่วนของที่อยู่ของแต่ละชุดข้อมูล เพื่อทำให้มีปลายทางที่ถูกต้อง เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เป็น Gateway บนเครือข่ายจะตรวจที่อยู่นี้เพื่อหาจุดหมายในการส่งข้อความ ชุดข้อมูลอาจจะใช้เส้นทางไปยังปลายทางต่างกัน แต่ทั้งหมดจะได้รับการประกอบใหม่ที่ปลายทาง
           HTTP (Hypertext Transfer Protocol) เป็นโปรโตคอลประยุกต์ของ World Wide Web ที่ทำงานระดับบนของชุดโปรโตคอล TCP/IP บนอินเตอร์เน็ต ปัจจุบันมีเวอร์ชันใหม่ คือ HTTP 1.1 ซึ่งสัญญาว่าจะนำเว็บเพจไปสู่ browser เร็วขึ้นเล็กน้อย และลด traffic ของเว็บ ซึ่งได้รับการพัฒนาโดยคณะกรรมการของ Internet Engineering Task Force (IETF) รวมถึงหัวหน้าคณะผู้สร้างเว็บ Tim Berners-Lee โดย HTTP 1.1 อยู่ในขั้นตอนการเสนอวัตถุประสงค์ แต่ข้อเท็จจริง web server และ browser client อยู่ในขั้นของการสนับสนุน
           ARP (Address Resolution Protocol) เป็นโปรโตคอลสำหรับการจับคู่ (map) ระหว่าง Internet Protocol address (IP address) กับตำแหน่งของอุปกรณ์ในระบบเครือข่าย เช่น IP เวอร์ชัน 4 ใช้การระบุตำแหน่งขนาด 32 บิต ใน Ethernet ของระบบใช้การระบุ ตำแหน่ง 48 บิต (การระบุตำแหน่งของอุปกรณ์รู้จักในชื่อของ Media Access Control หรือ MAC address) ตาราง ARP ซึ่งมักจะเป็น cache จะรักษาการจับคู่ ระหว่าง MAC address กับ IP address โดย ARP ใช้กฎของโปรโตคอล สำหรับการสร้างการจับคู่ และแปลงตำแหน่งทั้งสองฝ่าย  การทำงานของ ARP  เมื่อแพ็คเกตนำเข้าที่ระบุเครื่อง host ในระบบเครือข่ายมาถึง Gateway เครื่องที่ Gateway จะเรียกโปรแกรม ARP ให้หาเครื่อง host หรือ MAC address ที่ตรงกับ IP address โปรแกรม ARP จะหาใน ARP cache เมื่อพบแล้วจะแปลงแพ็คเกต เป็นแพ็คเกตที่มีความ ยาวและรูปแบบที่ถูกต้อง เพื่อส่งไปยังเครื่องที่ระบุไว้ แต่ถ้าไม่พบ ARP จะกระจาย แพ็คเกตในรูปแบบพิเศษ ไปยังเครื่องทุกเครื่องในระบบ และถ้าเครื่องใดเครื่องหนึ่งทราบว่ามี IP address ตรงกันก็จะตอบกลับมาที่ ARP โปรแกรม ARP จะปรับปรุง ARP cache และส่งแพ็คเกตไปยัง MAC address หรือเครื่องที่ตอบมา

วันพุธที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

งานชิ้นที่ 2 แบบฝึกหัดท้ายบทเรียน


งานชิ้นที่ 2

แบบฝึกหัดท้ายบทเรียน


1. ยกตัวอย่างการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแต่ละประเภท
      -  PAN เครือข่ายไร้สายที่เรียกว่าบลูทูธ สามารถใช้ได้กับคอมพิวเตอร์พกพา โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์แบบพกพาต่าง ๆ



   
    -  LAN  เครือข่ายท้องถิ่น  เป็นการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เข้ากันเป็นเครือข่าย เช่น CPU ความเร็วสูง ฮาร์ดดิสก์ เครื่องพิมพ์  หรือแม้แต่อุปการ์สื่อสารต่าง ๆ ซึ่งอุปกรณ์นี้จะเชื่อมอยู่ในคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่ง 






   - MAN ระบบเครือขนาดกลาง โดยอาศัยเครือข่ายขององค์การโทรศัพท์หรือการสื่อสารแห่งประเทศไทย เช่น สายใยแก้วนำแสง สายเคเบิล 








    - WAN เป็นระะบบเครือข่ายจนาดใหญ่ที่มีจุดเชื่มอต่อมากกว่า 1 แสนจุด โดยใช้สื่อกลางหลายชนิด เช่น ระบบคลื่อนวิทยุ คลื่นไมโครเวฟ หรือดาวเทียม หรือ องค์กรที่มีสาขาอาจจะสร้างระะบบเครือข่ายจากสำนักงานใหญ่ที่มีอยู่แล้วก็ได้ เช่น ธนาคาร


อ้างอิงมาจาก     http://www.etc48.site90.com/ict/lesson2/2-2.html


2. การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เข้าสู่ระบบอินเตอร์เน็ต
    การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เข้าสู่ระบบอินเตอร์เน็ต มี   2    วิธี
 วิธีที่ 1   คือ  การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบใช้สาย  ประกอบด้วย
               - การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตรายบุคคล คือ การเชื่อมต่่อเน็ตจากบ้านโดยอาศัยคู่สายจากโทรศัทพ์ในการเข้าสู่เครือข่ายอินเตอร์เน็ต









             - การเชื่อมต่ออินเตร์เน็ตแบบองค์กร คือ การเชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ตในหน่วยงานต่าง ๆ โดยผ่านระบบเครือข่าย LAN 







วิธีที่ 2   คือ การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบไร้สาย ประกอบด้วย 
             -  การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบคอมพิวเตอร์เคลื่อนที่ โน็ตบุ็ก (Note book) และคอมพิวเตอร์พกพา (Pocket PC) 






             -  การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านโทรศัทพ์มือถือโดยตรง 




อ้างอิงมาจาก   http://school.obec.go.th/krunarinrat/internet/kantorrabob.html


3.  อธิบายความแตกต่างของ HUB และ Switch  พร้อมภาพประกอบ
           Hub   ทำหน้าที่ในการจัดการสัญญาณที่ส่งมาจากเครื่องคอมพิวเตอร์กระจายสัญญาณต่อไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น ๆ  หากทุกเครื่องมีการส่งสัญญารพร้อม ๆ กัน จะทำให้ความเร็นในการส่งสัญญาณลดลง

            Switch  ทำหน้าที่รับ-ส่งข้อมูลจากพอร์ตหนึ่งของอุปกรณ์ไปยังเฉพาะปลายทางที่เชื่อมต่ออยู่กับอุปกรณ์หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ต้องส่งข้อมูลไปหาเท่านั้น



            Hub กับ  Switch มีความแตกต่างกันคือ Hub นั้นเวลาส่งข้อมูลจะเป็นแบบ broadcast กระจายไปทุกเครื่อง ยิ่งมีคอมพิวเตอร์มาเชื่อมต่อเข้ากับฮับมากเท่าใด ก็จะยิ่งทำให้แบนด์วิธต่อคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องลดลง  ขณะที่ Switch นั้นสามารถส่งข้อมูลที่ได้รับมาจากพอร์ตหนึ่งไปยังพอร์ตที่เป็นปลายทางเท่านั้น ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับพอร์ตที่เหลือสามารถส่งข้อมูลถึงกันได้ในเวลาเดียยวกัน และคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจะมีแบนด์วิธเท่ากับแบนด์วิธของสวิตซ์
อ้างอิงมาจาก    http://moosolve.com/?mod=viewaticle&aid=64


4.  อธิบายรูปแบบการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบ Wi-Fi  และ  Wireless  ว่าเหมือน หรือต่างกันอย่างไร  พร้อมภาพประกอบ
        Wi-Fi เป็นการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบไร้สายภายใต้เทคโนโลยีการสื่อสาร



        Wireless เป็นอุปกรณ์ด้านสื่อสารคมนาคม แปลตรงตัวว่าไร้สาย 





สรุปได้ดังนี้คือ  
               อุปกรณ์อะไรก็ตามที่ติดต่อสื่อสารกันโดยไม่ใช้สายสัญญาณถือว่าอุปกรณ์นั้นเป็น Wireless เหมือนกัน ฉะนั้น จะเรียกอะไรก็เหมือนกัน เรียก Wireless ก็ถูก หรือเรียก Wi-Fi ก็ถูก

อ้างอิงมาจาก  -  http://www.pantown.com/group.php?display=content&id=571&name=content9&area
                        -  http://buddy2u.com/wifi-wireless

5. การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบ Wi-Fi คืออะไร มีรูปแบบการเชื่อมต่ออย่างไร  พร้อมภาพประกอบ
          การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบ Wi-Fi  เป็นการทำงานของเครื่องที่ไม่ต้องมีสายไฟ ทำให้การทำงานสะดวกขึ้น ไม่เกะกะ และยังสามารถส่งข้อมูลแบบไร้สายได้รวดเร็ว ดังนั้รมันจึงเหมาะที่จะนำมา
สร้างเครือข่ายไร้สาย



อ้างอิงมาจาก    - http://www.batc.co.th/Wifi.htm
                          - http://koko-km.blogspot.com/2009/12/wifi.html

6. การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยผ่านมือถือ มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง อธิบายขั้นตอนอย่างละเอียด

    อุปกรณ์ที่จำเป็นในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตกับโทรศัพท์มือถือ
             - คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหรือ laptop
             - โปรแกรม Nokia PC Suite
             - โทรศัพท์ Nokia พร้อม USB Cable
วิธีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วยโทรศัพท์
           1.ติดตั้งโปรแกรม Nokia PC Suite (ทำตามหน้าจอไปเรื่อยๆ)
           2.ต่อสาย USB Cable ด้านหนึ่งกับโทรศัพท์ อีกด้านต่อเข้ากับ USB Port ของคอมพิวเตอร์
           3.ที่หน้าจอมือถือ จะแสดงข้อความว่าจะเชื่อมต่อแบบใด  (PC Suite, Printing & media, Data Strage) ให้เราเลือก PC Suite
           4.ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ในส่วนของโปรแกรม Nokia PC Suite ให้คลิกเลือกไอคอน Connect to the Internet ดังภาพประกอบ



        5. จะมีหน้าต่างแสดง One Touch Access และโปรแกรมจะเชื่อมต่อให้ทันที
        6. ถ้าต้องการยกเลิกให้คลิกปุ่ม Disconnect


        7. หลังจากเชื่อมต่อได้แล้ว จะมีไอคอนเล็กๆ แสดงการเชื่อมต่ออยู่บริเวณ Taskbar ขวามือด้านล่าง
        8. ทดสอบเข้าโปแกรม Browser ที่คุณใช้งาน หรือลองเช็คอีเมล์ดู
        9. หลังจากนั้นใช้งานได้ปกติ


อ้างอิงมาจาก    http://www.it-guides.com/index.php/mobile-zone/mobile-tips-techniques/290-connection-internet-with-mobile

วันเสาร์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

งานชิ้นที่ 1 ความหมายของคำ

งานชิ้นที่ 1


จงบอกความหมายของคำต่อไปนี้
1. Browser 
     Browser  หมายถึง แอพพลิเคชัน ที่ใช้สืบค้นข้อมูลที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการท่องเที่ยวเยี่ยมชมเว็บไซต์ต่าง ๆ ในโลกอินเตอร์เน็ตได้อย่างไร้ขีดกั้นทางด้านพรมแดน โดย Browser ยอดนิยมจะมีอยู่ 2 ตัว คือ Internet Explorer และ Firefox ซึ่ง Browser นี้จะแสดงหน้าเว็บออกมาในรูปแบบของมัลติมิเดียได้อย่างสมบูรณ์
2. Client
     Client  หมายถึง เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไปขอบริการและรับบริการอย่างใดอย่างหนึ่งจาก Server
3. DNS (Domain Name Server)
      DNS  หมายถึง สิ่งที่นำมาอ้างถึงหมายเลขเครื่องหรือหมายเลข IP Address เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ DNS จะทำหน้าคล้ายกับสมุดโทรศัพท์ ระบบ DNS แบ่งออกไป 3 ส่วนคือ Name Resolvers ,Domain Name Space และ Name Servers 
4. Download
      Download หมายถึง การดึงข้อมูลในอินเตอร์เน็ตเข้ามาสู่เครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ 
5. E-mail (Electronic Mail)
     E-mail  หมายถึง จดหมายอิเล็กทรอนิกส์หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นการส่งข้อความจากบุคคลหนึ่งไปยังอีกบุคคลหนึ่งโดยผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์
6. Freeware
      Freeware  หมายถึง โปรแกรมที่ได้รับการเสนอไม่มีต้นทุนและชั้นธรรมดาของโปรแกรมประยุกต์ที่มีให้สำหรับดาวน์โหลดและใช่ปฏิบัติการทั่วไป
7. Homepage
     Homepage  หมายถึง หน้าแรกหรือหน้าหลักที่แสดงสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์นั้น ๆ เช่น ภาพ โลโก้ ข้อมูลต่างๆ ฯลฯ ภายใน  Homepage  ก็จะมีจุดเชื่อมต่อเปิดเข้าไปชมเว็บเพจอื่น ๆ ที่อยู่ภายในเว็บไซต์ได้
8. Internet
     Internet หมายถึง  กลุ่มเครือข่ายย่อย ๆ ของคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกันเป็นจำนวนมาก ครอบคลุมไปทั่วโลก โดยมีระบบสื่อสารโทรคมนาคมเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูล และสืบค้นข้อมูลข่าวสารจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ บนอินเทอร์เน็ตได้อย่างรวดเร็ว
9. Server
    Server  หมายถึง เครื่องคอมพิวเตอร์หรือระบบปฏิบัติการหรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่หำหน้าที่ให้บริการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างแก่คอมพิวเตอร์ที่เป็นลูกข่าย
10. World Wide Web
   World Wide Web หรือที่เราเรียกว่า  WWW  หมายถึง ส่วนหนึ่งบนอินเตอร์เน็ตที่เป็นพื้นที่ที่เก็บข้อมูลข่าวสารที่เชื่อมต่อกันทางอินเตอร์เน็ต สามารถเข้าถึงข้อมูลเนื้อหาที่เก็บไว้ภายในของแต่ละเครื่องได้โดยผ่าน Browser เพื่อใช้ในการอ่านและตอบโต้ข้อมูลต่าง ๆ ที่อยู่ใน  World Wide Web ส่วน Browser ที่พบเห็นมากที่สุดในปัจจุบันคือ Internet Explorer และ Firefox
11. Web browser
    Web browser  หมายถึง  โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ผู้ใช้สามารถดูข้อมูลและโต้ตอบกับข้อมูลสารสนเทศที่จัดเก็บในหน้าเว็บที่สร้างด้วยภาษาเฉพาะ ที่จัดเก็บไว้ที่ระบบบริการเว็บหรือเว็บเซิร์ฟเวอร์หรือระบบคลังข้อมูลอื่น ๆ โดยโปรแกรมค้นดูเว็บเปรียบเสมือนเครื่องมือในการติดต่อกับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่เรียกว่าเวิลด์ไวด์เว็บ Web browser 
12. Hypertext
     Hypertext  หมายถึง  ข้อความ หรือกลุ่มของข้อความที่ถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกันแบบปฏิสัมพันธ์ด้วยการนำข้อความที่ใช้มาเป็นจุดเชื่อมโยง ซึ่งจะปรากฏในลักษณะที่เด่นกว่าข้อความอื่น เช่น การขีดเส้นใต้ การเน้นด้วยสี ตัวหนาหรือตัวเลือก เป็นต้น