งานชิ้นที่ 3
เว็บไซต์ (Website) และเว็บเพจ (Webpage)
เอกสารหรือส่วนที่ติดต่อกับผู้ใช้ในเว็บ เรียกว่า เว็บเพจ (Webpage) หมายถึงเอกสารหนึ่งหน้า การใช้เว็บก็คือการเปิดอ่านหรือเปิดใช้เว็บแต่ละหน้านั่นเอง เว็บเพจอาจสร้างขึ้นด้วยภาษาคอมพิวเตอร์ เช่น HTML, ASP, PHP, JAVA ฯลฯ
เมื่อนำเว็บเพจหลาย ๆ หน้ามารวมกัน และระบุอยู่ในอินเตอร์เน็ต หรือ ยูอาร์แอล (Uniform Resource Locator – URL) ให้กับเว็บเพจกลุ่มนั้นจะเรียกว่า เว็บไซต์ (Web Site)
เมื่อเปิดเว็บไซต์ขึ้นมาจะพบกับหน้าแรกของเว็บไซต์ ซึ่งเรียกว่าโฮมเพจ (Homepage) ซึ่งเป็นหน้าที่ สำคัญที่สุดและเป็นหน้าที่จะเชื่อมโยงไปยังเว็บเพจและเว็บไซต์อื่น ๆ
ส่วนประกอบของหน้าเว็บเพจ
เราสามารถจำแนกส่วนประกอบของหน้าเว็บเพจ เป็น 3 ส่วน ดังนี้ 1. ส่วนหัว (Page Header) น่าจะอยู่บริเวณบนสุดของหน้าเว็บเพจ เป็นส่วนที่แสดงชื่อเว็บไซต์ โลโก้ แบนเนอร์โฆษณาลิงก์สำหรับข้ามไปยังหน้าเว็บอื่น
2. ส่วนเนื้อหา (Page Body) จะอยู่บริเวณตอนกลางของหน้าเว็บเพจ ซึ่งเป็นส่วนที่แสดงเนื้อหาภายในหน้าเว็บเพจนั้น โดยประกอบด้วยข้อความ ข้อมูล ภาพเคลื่อนไหว เป็นต้น
3. ส่วนท้าย (Page Footer) จะอยู่บริเวณด้านล่างสุดของหน้าเว็บเพจ ส่วนมากใช้สำหรับลิงก์ข้อความสั้น ๆ เข้าใจง่าย หรือจะมีชื่อเจ้าของเว็บไซต์ อีเมลแอดเดรสของผู้ดูแลเว็บไซต์สำหรับติดต่อกับทางเว็บไซต์
ภาพแสดงความสัมพันธ์ของ เว็บไซต์ โฮมเพจ และเว็บเพจ
เนื่องจากเว็บเพจสามารถเผยแพร่ข้อมูลได้ด้วย ข้อความ ภาพ เสียง และภาพยนตร์ ดังนั้นเราจึงพบเห็นการนำเว็บเพจไปสร้างและพัฒนา เพือนำเสนอข้อมูลและข่าวสาร ในรูปแบบต่างๆ ได้อย่างมากมายดังนี้ 1. ข่าวและเหตุการณ์ในปัจจุบัน
2. ข้อมูลความรู้และห้องสมุด 3. ประชาสัมพันธ์บริษัทและองค์กร 4. ความบันเทิง 5. การเงิน การลงทุน 6. ซื้อ-ขาย สินค้าและบริการ 7. ดาวน์โหลดข้อมูล 8. บริการติดต่อสื้อสาร และอื่นๆ
1. ก่อนที่เราจะใช้อินเตอร์เน็ต
ให้เราทำการเชื่อต่อกับเครือข่ายอินเตอร์เน็ตก่อนหลังจากนั้นจึงเรียกโปรแกรม Internet
Explorer ได้โดยการคลิกรูปที่ตัว
e ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์
ส่วนประกอบที่สำคัญของโปรแกรม Explorer
เว็บเพจแต่ละหน้าใน World Wide Web
จะมีตำแหน่งเก็บเจาะจงที่เรียกว่า URL การเปิดดูเว็บเพจใดเราต้องระบุ URL ของเว็บเพจนั้นให้ Internet ทราบ
2. เวลาเราเปิดหน้าเว็บเพจจะประกอบด้วย จะปรากฎรายการรายชื่อเว็บไซต์ของข้อมูล ซึ่งเป็นผลจากการค้นโดยใช้คำที่เราต้องการ
3. คลิกเข้าไปสู่รายการที่เราต้องการ
2) ให้ น.ศ.
ค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับโปรโตคอลที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานอินเทอร์เน็ต
ในด้านต่างๆ พร้อมยกตัวอย่าง โปรโตคอลดังกล่าว
(ยกตัวอย่างการใช้งานด้านละ อย่างน้อย 3 โปรโตคอล) เช่น โปรโตคอล TCP/IP คือ ...... ใช้สำหรับ .......... เป็นต้น
TCP/IP (Transmission Control Protocol/Internet Protocol) เป็นระบบโปรโตคอล การสื่อสารพื้นฐานของระบบอินเตอร์เน็ต มันสามารถใช้เป็น โปรโตคอลในการสื่อสารภายใน เครือข่ายส่วนบุคคล เรียกว่า intranet และ extranet เมื่อมีการติดต่อโดยตรงกับ internet เครื่องคอมพิวเตอร์จะได้รับการคัดลอกโปรแกรม TCP/IP เช่นเดียวกับคอมพิวเตอร์อื่น ๆ เพื่อทำให้ส่งข้อความขอรับสารสนเทศ TCP/IP เป็นโปรแกรม 2 เลเยอร์ TCP (Transmission Control Protocol) เป็นเลเยอร์ที่สูงกว่า ทำหน้าที่จัดการแยกข้อความหรือไฟล์แลปรกอบให้เหมือนเดิม IP (Internet Protocol) เป็นเลเยอร์ที่ต่ำกว่า ทำหน้าที่จัดการส่วนของที่อยู่ของแต่ละชุดข้อมูล เพื่อทำให้มีปลายทางที่ถูกต้อง เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เป็น Gateway บนเครือข่ายจะตรวจที่อยู่นี้เพื่อหาจุดหมายในการส่งข้อความ ชุดข้อมูลอาจจะใช้เส้นทางไปยังปลายทางต่างกัน แต่ทั้งหมดจะได้รับการประกอบใหม่ที่ปลายทาง
HTTP (Hypertext Transfer Protocol) เป็นโปรโตคอลประยุกต์ของ World Wide Web ที่ทำงานระดับบนของชุดโปรโตคอล TCP/IP บนอินเตอร์เน็ต ปัจจุบันมีเวอร์ชันใหม่ คือ HTTP 1.1 ซึ่งสัญญาว่าจะนำเว็บเพจไปสู่ browser เร็วขึ้นเล็กน้อย และลด traffic ของเว็บ ซึ่งได้รับการพัฒนาโดยคณะกรรมการของ Internet Engineering Task Force (IETF) รวมถึงหัวหน้าคณะผู้สร้างเว็บ Tim Berners-Lee โดย HTTP 1.1 อยู่ในขั้นตอนการเสนอวัตถุประสงค์ แต่ข้อเท็จจริง web server และ browser client อยู่ในขั้นของการสนับสนุน
ARP (Address Resolution Protocol) เป็นโปรโตคอลสำหรับการจับคู่ (map) ระหว่าง Internet Protocol address (IP address) กับตำแหน่งของอุปกรณ์ในระบบเครือข่าย เช่น IP เวอร์ชัน 4 ใช้การระบุตำแหน่งขนาด 32 บิต ใน Ethernet ของระบบใช้การระบุ ตำแหน่ง 48 บิต (การระบุตำแหน่งของอุปกรณ์รู้จักในชื่อของ Media Access Control หรือ MAC address) ตาราง ARP ซึ่งมักจะเป็น cache จะรักษาการจับคู่ ระหว่าง MAC address กับ IP address โดย ARP ใช้กฎของโปรโตคอล สำหรับการสร้างการจับคู่ และแปลงตำแหน่งทั้งสองฝ่าย การทำงานของ ARP เมื่อแพ็คเกตนำเข้าที่ระบุเครื่อง host ในระบบเครือข่ายมาถึง Gateway เครื่องที่ Gateway จะเรียกโปรแกรม ARP ให้หาเครื่อง host หรือ MAC address ที่ตรงกับ IP address โปรแกรม ARP จะหาใน ARP cache เมื่อพบแล้วจะแปลงแพ็คเกต เป็นแพ็คเกตที่มีความ ยาวและรูปแบบที่ถูกต้อง เพื่อส่งไปยังเครื่องที่ระบุไว้ แต่ถ้าไม่พบ ARP จะกระจาย แพ็คเกตในรูปแบบพิเศษ ไปยังเครื่องทุกเครื่องในระบบ และถ้าเครื่องใดเครื่องหนึ่งทราบว่ามี IP address ตรงกันก็จะตอบกลับมาที่ ARP โปรแกรม ARP จะปรับปรุง ARP cache และส่งแพ็คเกตไปยัง MAC address หรือเครื่องที่ตอบมา







ผู้ดูแลหรือจัดการ Hosting สามารถทำการ Back-up ข้อมูลด้วยตนเองได้อย่างไร?
ตอบลบเข้าถึง Telkom University Jakarta